ว่าจะไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน แต่ในที่สุดก็อดใจเขียนไม่ได้

ช่วงนี้รู้สึกร้อนเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่เริ่มจะเข้าหน้าหนาว (ตามปฎิทิน) แล้ว

เห็นหลายๆ ที่ก็รณรงค์กันโครมๆ เรื่องลดโลกร้อน ทำอย่างโน้นอย่างนี้กันเยอะไปหมด

วันนี้ไปกินก๋วยเตี๋ยวไก่ในเมือง เห็นร้านข้างๆ กันขึ้นป้ายว่า

รณรงค์ลดโลกร้อน ถ้าปั่นรถถีบ (จักรยาน) มากินลดราคา 5 บาท จากราคาปกติ

รู็สึกเป็นโปรโมชั่นที่โดนใจมาก โดยเฉพาะในวันร้อนๆ อย่างนี้ ที่ต้องวนรถรอบคูเมืองถึงสองรอบ

เพื่อให้ได้ที่จอดรถ 

มีแต่ร้านนี้แหละที่ลูกค้าเต็มแต่ริมถนนหน้าร้านก็ไม่ได้กว้างมากให้มีรถจอดได้เท่าจำนวนคนนั่ง

แต่มีจักรยานจอดเรียงกันเป็นแถว ไม่กินที่ ไม่ล้ำเลน 

ถัดไปตรงหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว มีป้ายของตำรวจจราจรป้ายใหญ่เขียนว่า ห้ามจอดรถแนวทะแยง

และสิ่งทีี่เห็นก็คือ รถทุกคันจากจุดนั้นไป จอดเรียงกันเป็นแนวทะแยงอย่างเป็นระเบียบ

ไม่มีคันไหนเลยที่จอดแนบชิดขนานกับฟุตบาทตามป้าย

ที่น่าตลกคือ ป้ายนั้นเป็นของจราจร และรถที่มาจอดกันกว่าครึ่งเป็นรถที่มีตราของหน่วยงานราชการ ทั้งรถตู้คันใหญ่ รถกระบะสีนู้นสีนี้ มีกระทั่งรถตำรวจ (คันนี้ไม่ได้ติดตรา แต่คนที่ลงมาใส่เครื่องแบบ) 

เห็นแล้วชวนให้สงสัย ว่าเรายังจะฝากผีฝากไข้ ให้ผู้ที่ได้รับเกียรติ ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลบ้านเมืองเหล่านี้ ทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่ แค่กฏง่ายๆ แค่นี้ ก๋วยเตี๋ยวชามเดียวก็ทำให้ละเมิดกฏหมายได้ 

แล้วถ้าเรื่องใหญ่ๆ มีสิ่งเร้า กระตุ้น มีผลประโยชน์ที่มากกว่าก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามสามสิบห้าบาท พวกเขาเหล่านี้จะไม่เผลองาบกันหรือ

 

สายลมเปลี่ยน

posted on 08 Oct 2009 13:41 by boxboy

ปลายฝนผันเข้าสู่ช่วงต้นหนาว

ช่วงนี้เช้าๆ เริ่มรู้สึกได้ว่าลมที่พัดมาไม่ค่อยจะชื้นเหมือนช่วงก่อน

เมฆที่เคยตั้งเค้าก็สร้างซาไป เหลือแต่ฟ้าใสๆ กับใยเมฆบางๆ แสงส่องผ่านแจ่มชัด

หนาวยังไม่มา แต่เมฆหายไป

ทำให้กลางวันร้อนจัด จนแทบจะนั่งตรงไหนนานๆ ไม่ได้  ออกไปข้างนอกน่ะหรือ ก็ต้องคิดหนักหน่อย

จะเดินไปรึก็แดด

จะขับรถออกไป ก็น่ากลัวจะร้อนกว่า ก็รถเรามันอายุปีนี้ก็ปาเข้าไปหย่อนๆ จะยี่สิบปี

แอร์ก็เลยร้อน-เย็นตามสภาพอากาศข้างนอก

 

ฝนไป หนาวจะมาไหมหนอ

ช่วงนี้รีบมองหาสัญญาณการเปลี่ยนผันของฤดูกาล

นอกจากเมฆกับลมที่เปลี่ยนไป ยังมีดอกไม้รอบๆ บ้านที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อย

ช่วงปลายฝนในซอยจะเห็นดอกแก้วบานกันให้พรึ่บ น่าเสียดาย บานวันเดียวก็หมดละ

เห็นต้นข้้างบ้าน ต้นปากซอเขาบ้านกัน เลยรีบวิ่งไปดูหลังบ้านเราบ้าง 

โถๆ มีที่บานอยู่สามช่อเอง  ก็ต้นมันยังน้อยอยู่นี่นะแล้วจะเอาดอกทีไหนไปบานแข่งกับเขา

ที่กำัลังตูมๆ เตรียมจะบานก็พอให้เห็นอีกสองช่อ... น่าเสียดาย

อยากเด็ดมาปักแจกันก็ยากอยู่เพราะดอกแก้วไม่ทน บานได้วันเดียวก็โรยหมด

 

ช่วงเปลี่ยนฤดูแม่บอกให้สังเกตต้นปีป ถ้าออกดอกเมื่อไร แสดงว่าหนาวกำลังมาเยือน

เอ๊ะต้นบ้านเราก็มีเหมือนกัน สามขวบก็เริ่มออกดอกกะเขาแล้ว  สักพักกลิ่นน่าจะหอมฟุ้งเป็นกลิ่นที่เข้ากับหน้าหนาวดีจริง

ช่วงนี้ไปตามถนนในเชียงใหม่ ก็เห็นว่าต้นปีปตรงเกาะกลางถนนก็เริ่มโต โดยเฉพาะเส้นตรงทางยกระดับดอนจั่นก็เห็นบางต้นเริ่มมีดอกร่วงๆ อยู่ตรงโคนต้น  

อีกหน่อยเส้นนั้นคงเป็นถนนดอกปีป เพราะเห็นปลูกติดๆ กันเป็นแถวยาว แต่ก็เสียดายอีกนั่นแหละว่าถึงดอกออกก็คงจะไม่ได้ดม เพราะปลูกอยู่กลางถนนหลวง คงจากจะหาใครเปิดกระจกแล้วสูดดมกลิ่น หรือถึงจะเปิดกระจกก็น่ากลัวจะไม่ได้กลิ่น เพราะกลิ่นควันจากท่อไอเสียก็คงจะกลบไปจนหมด

หวังว่าหนาวนี้จะคึกคัก มีคนมาทักมาทายกันบ้างนะ เชียงใหม่เหงามานานแล้ว...

 

หน้าฝน ใครๆ ก็รู้ว่าฝนตก

ฝนตกเยอะก็เปียก 

เยอะมากก็แฉะ

เยอะไปก็นอง ขัง ท่วม กันเป็นขั้นๆ ไป

 หลายคนที่ชอบปลูกต้นไม้ก็มักจะดีใจที่หน้าฝนฝนตก เพราะจะได้ไม่ต้องรดน้ำต้นไม้

บ้างคนเก็บสายยางไปเลย ปล่อยให้ฝนรดน้ำไปให้ฉ่ำ ไม่ต้องคอยรดน้ำหญ้าในสนาม

ที่บ้านก็ต้นไม้เยอะ ดีใจเหมือนกันที่ฝนตก ไม่ต้องเมื่อยคอยลากสายยางไปตรงโน้นตรงนี้ แถมลุ้นบิลค่าน้ำ ค่าไฟจากปั๊มน้ำ (ตามประสาคนรักต้นไม้แต่บ้านอยู่ใจกลางเมือง มีแต่คนแย่งกันสูบไปเลี้ยงคนในตึกปิ่นโต  ที่ผุดกันขึ้นมาในเขตเทศบาลที่จำกัดความสูงของอาคาร) 

และแล้วก็เผลอไป 

ลืมไปว่าต้นไม้บริเวณบ้านไม่ได้มีแต่ไอ้ที่อยู่กลางแจ้ง

แต่ก็ยังมีที่อยู่ในร่มตามใ้ต้ชายคา (ก็พวกไม้ต้องการแสงน้อย หรือไม้รำไรนั่นแหละ)  ที่เผลอเรอลืมไปว่าไม่โดนฝน แถมไม้พวกนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นไม้ชอบน้ำ พวกไม้ใบ เฟิร์น เป็นต้น

ยังมีไม้ีอีกจำพวกที่ลืมนึกถึงไป พวกนี้ถึงจะอยู่กลางแจ้ง แต่ถ้าไม่รดน้ำบางทีก็อาจจะขาดน้ำได้ทั้งๆ ที่ฝนกระำหน่ำตกลงมา ก็ไม้กระถางนั้นไง พวกที่อยู่ในกระถาง ถึงฝนจะได้น้ำจากฝนบ้างแต่ก็ไม่มากเท่าที่ปลูกลงดิน

ยิ่งถ้าเป็นไม้ที่เพิ่งปลูกลงกระถางใหม่ รากยังไม่โผล่หยั่งฝังลงดิน ก็แย่หน่อย  จะเหมือนที่บ้านเอา คือตอนนี้ใบเหลืองซีดหงิกกินเป็นแถบๆ 

 ตอนนี้เลยต้องกลับมาฟื้นฟูสภาพกันใหม่

อ้อ แนะนิดนึงว่าถ้าต้นไม้ขาดน้ำ อย่าเพิ่งไปกระหน่ำรด จนท่วม หวังให้ฟื้นในวันเดียว เดี๋ยวจะเน่าเอา  

ให้ค่อยๆ รด ค่อยๆ ฟื้นตามที่เค้าต้องการนั่นแหละ ยอมทำใจแล้วอดทนรอให้ฟื้นคืน