ศิษย์เก่า

posted on 31 May 2012 14:36 by boxboy directory Diary, Idea
วันพรุ่งนี้มีแผนจะกลับไปโรงเรียนเก่าสมัยมัธยม
 
ถ้านับย้อนกลับไปจากปีที่่เข้าเรียนก็ถือได้ว่าเกินกว่าสิบปี
 
ถ้าจะว่ากันจริงๆ สถานะศิษย์เก่าไม่ได้เกิดกับเราจากสถาบันแห่งนี้แห่งเดียว แต่ยังมีในระดับอื่นๆ ตั้งแต่ศิษย์เก่าโรงเรียยนอนุบาล ศิษย์เก่าโรงเรียนประถม ศิษย์เก่าโรงเรียนมัธยม ศิษย์เก่ามหาวิทยาัลัย บางคนอาจมีโอกาสได้เป็นศิษย์เก่าบ่อยครั้งกว่านี้จากจำนวนครั้งที่มีการย้ายโรงเรียนหรือที่เรียน
 
สำหรับตัวฉันเองก็ผ่านสถานะศิษย์เก่ามาจากหลายสถาบันแต่ถ้าหากจะนับความผูกพันแล้วที่นี่น่าจะเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าไม่นับในระดับมหาวิทยาลัยที่ฉันเองได้เข้าๆ ออกๆ เรียนแล้วเรียนอีกเลยยังมีเหตุให้พัวพันพันพัวอยู่อย่างต่อเนื่อง
 
เพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอกันเกินสิบปี นัดกันว่าจะนำเงินส่วนหนึ่งที่รวบรวมมาได้ไปบริจาคให้โรงเรียนในฐานะที่รุ่นเราจบมาหลายปีแล้วและช่วงนี้ก็จะมีงานโรงเรียนพอดี  
 
พอตัดสินใจว่าจะกลับไปเยี่ยมโรงเรียนอีกครั้งก็ทำให้ได้มาคิดทบทวนดูถึงคำว่าศิษย์เก่า ว่ามันมีความหมายต่อตัวเองอย่างไร ต่อโรงเรียนอย่างไร หรือต่อคนอื่นๆ รอบข้างอย่างไร
 
คำว่าศิษย์เก่าก็คือคนที่เรียนมาจากสถาบันนั้นๆ จนจบ มีนัยส่อถึงความกตัญญู มากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไปแต่ยังไงก็ยังคงมีความหมายถึงความผูกพันธ์เป็นคำที่สื่อความหมายว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างเหล่าศิษย์กับครูหรือสถาบันซึ่งเป็นที่สั่งสอนอบรมมา  ศิษย์คงเป็นศิษย์ไม่ได้ถ้าไม่มีครู 
 
ถ้าเป็นเด็กที่ยังเรียนอยู่ในโรงเรียนก็คงมองว่าศิษย์เก่าเป็นพี่ๆ ที่เคยผ่านอะไรหลายๆ อย่างอย่างเดียวกับที่พวกเขากำลังเจออยู่และำกำลังจะเจอต่อไป ทำให้หลายๆ ครั้งที่ได้เจอกับน้องๆ ที่ยังเรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน (บ้างก็หลาน) ก็มักจะไม่พ้นการคุยกันถึงกิจกรรมหรือสิ่งต่างๆ ที่มีในโรงเรียน และหนีไม่พ้นที่จะมีการเปรียบเทียบความเหมือน ต่างในแต่ละยุคสมัย   
แต่ก็ยังมีบางคนที่มองว่าพี่ๆ เหล่านั้นน่ารำคาญ โดยเฉพาะศิษย์พี่ทั้งหลายที่เพิ่งจบไปได้ไม่นานและมักจะอดไม่ได้ที่จะเข้ามาแสดงความเอ็นดูห่วงใยน้องๆ ด้วยการจ้ำจี้จ้ำไชให้น้องๆ ที่ยังเรียนอยู่และดูแลโรงเรียนอยู่ทำตามในสิ่งที่เป็นประเพณีสืบต่อกัน
 
ยิ่งโรงเรียนที่มีประวัติยาวนาน มีศิษย์เก่าจบไปหลายต่อหลายรุ่น แถมยังมีหลายคนที่ออกไปทำชื่อเสียงคำว่าศิษย์เก่าก็มักจะยิ่งมีความขลัง จนหลายๆ ครั้งก็ขลังเสียจนใช้แทนเอกสารอ้างอิงคุณสมบัติไปเลยก็มี เวลาสมัครงาน หากใครได้อ้างชื่อว่าเป็นศิษย์เก่าจากสถาบันที่เป็นที่ยอมรับกันโดยถ้วนหน้าว่าทรงเกียรติก็มักจะได้รับการชื่นชมหรือยอมรับได้ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือสายตาที่สื่อถึงความนิยมชมชอบอยู่ไม่น้อย 
 
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าบ่อยครั้งคำอ้างถึงสถาบันก็ยังไม่ใช่สิ่งที่จะการันตีความดีงามหนำซ้ำบางทียังจะกลายเป็นคำหยามหมิ่นที่แว้งกลับมาในยามที่เราทำได้ไม่ดีเท่ากับมาตรฐานที่คนอื่นๆ คาดหวังให้คนจบจากสถาบันเดียวกันควรจะเป็น
 
คนเรามักจะถามถึงสถาบันเก่าหรือความสัมพันธ์กับสถาบันอยู่สองกรณีด้วยกันคือ หนึ่งเมื่อชื่นชมในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็มักจะพ่วงเอาคำถามถึงสถาบันที่เรียนมาเหมือนเป็นการเพิ่มคะแนนนิยมในสถาบันนั้นให้มากยิ่งๆ ขึ้นไป ส่วนอีกกรณีคือในทางตรงกันข้ามมักจะถามไถ่เพื่อเป็นการตรีตราต่อไป และมักจะตามมาด้วยคำว่าว่าแล้ว...หรือนึกแล้วว่ามันจบมาจากที่นั่นที่นี่ เหมือน...ไม่มีผิด หรือจบมาได้ยังไง ทำไมทำอะไรไม่สมชื่อสถาบันเลย...
 
โดยส่วนตัวแล้วมักจะไม่อินมากกับคำว่าศิษย์เก่า รู้สึกภูมิใจอยู่บ้างแต่ก็หมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าจะำไม่ใช้กล่าวอ้าง 
ถึงจะเห็นหลายๆ คนชอบที่จะคุยกันถึงความหลังเรื่องโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยทั้งชมและติฉันเองก็มักจะรับฟังและอาจผสมโรงอยู่บ้าง แต่ที่มักจะหงุดหงิดรำคาญใจจนอยากให้จบเร็วๆ ก็เวลาที่มีใครเริ่มยกโรงเรยีนของตัวเองมาพูดแล้วเปรียบเทียบในเชิงข่มโรงเรียนอื่นๆ ยิ่งถ้าเป็นโรงเรียนที่มองว่าเป็นคู่แข่งมาแต่ไหนแต่ไรมา
 
ประสบการณ์สอนอีกเหมือนกันว่าการพูดแบบนั้นมันยิ่งดูถูกตัวเอง เพราะหลายๆ ครั้งการพูดแบบเหมาเอาดีอยู่ฝ่ายเดียวมันมาจากข้อมูลที่ไม่ได้มีมูลความจริง เป็นข้อมูลที่มาจากการจำขี้ปากคนอื่นต่อๆ กันมา หรือไม่ก็เอากรณีที่เจอกรณีเดียวมาตีขลุมเหมารวมว่าทั้งสถาบันแย่  
 
ยิ่งโต ยิ่งถอยออกมามองยิ่งรู้สึกว่าหลายๆ ความภูมิใจที่บวกมากับการข่มคนอื่นจนเป็นประเพณีนั้นเป็นเรื่องที่แย่มาก บางทีทำให้มีอคติ หรือหนักสุดก็ทำให้หน้าแตกไปตามๆ กัน โดยเฉพาะในวงเม้ากับคนจากหลายๆ ที่มาแล้วสุดท้ายคนหนึ่งที่เราชื่นชมกลับมาบอกว่าโรงเรียนที่แกกำลังด่าคือโรงเรียนฉันเอง   
 
ประสบการณ์ทำให้ระลึกอยู่เสมอว่าภูมิใจในสถาบันของตัวเองเป็นเรื่องดี เพราะมันมาคู่ความผูกพัน มันจะนำเรากลับไปสู่โรงเรียนของเราไม่วันใดวันหนึ่ง เพื่อที่จะมีส่วนช่วยให้โรงเรียนพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป  การช่วยเหลือซึ่งกันและกันหลังจากจบออกจากสถาบันแล้วก็นับเป็นสิ่งดี เพราะอย่างไรเราก็มีความผูกพันกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พึงตระหนักเสมอคืออย่าข่มหรือดูถูกผู้อื่น อย่าเอาความคาดหวังของเราไปกำหนดว่าคนจากโรงเรียนเดียวกันจะต้องเป็นคนแบบไหน หรือตอบสนองแบบไหนกับเรา แล้วจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสุขใจและเสริมสร้างซึ่งกันและกันได้ดีต่อไป

Comment

Comment:

Tweet